หน้าเว็บ

วันจันทร์, มิถุนายน 06, 2554

เฮี้ยน...จึ๋ยส์ส์ส์ส์ส์

เมื่อไม่นานนี้
นางหนมเอกได้มีโอกาสต้อนรับ แขกหน้าแปลก ของนางหลายคนเลยทีเดียว พวกเขามักมากันเป็นกลุ่มบ้าง สองคนบ้าง หรือไม่ก็มาตามลำพัง  บางคนมาแผล่บๆ แล้วก็กลับไป(หล่อนแอบบ่นตามหลังอยู่ว่ามาไม่ทันได้ต้อนรับ) บางคนก็ค้างอยู่กับเรา
สักพักนึงพอให้เบื่อๆ แล้วลาจากกันไปจนกว่าจะทำใจกลับมาพบกันใหม่ได้อีก....

ทว่า....
ผู้มาเยือนของหล่อนมิได้เพียงแต่แปลกหน้าสำหรับป๋มเท่านั้นนะครับ ยังมีอะไรที่ยิ่งไปกว่านั้นอีก และนี่ก็เป็นที่มาของประสบการณ์ลับหลอน ลึกล้น แปลกประหลาดของป๋ม กะ น้องป่อดฮับ >^,^<


       ราวๆ ต้นปีที่ผ่านมา อากาศกำลังหนาวเย็นแบบสบายๆ นางหนมเอกบอกว่า เพื่อนรักสองคนของเธอกำลังมา และพวกเราต้องตกลงกันว่าจะจัดห้องนอนแบบไหน... ทีแรกหล่อนตั้งใจให้เพื่อนทั้งสองไปใช้ห้องรับแขกเพื่อจะได้มีฟามเป็นส่วนตัวและล้มลงเหยียดยาวได้อย่างสบายใจเหมือนสมัยเมื่อพักอยู่คอนโดห้อง 409 (จุดเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องปลาเทวดาสีเงิน) แล้วให้เราทั้งสองครองห้องบรรทมเหมือนเดิม โดยมีหล่อนคอยปรนนิบัติพัดวีตามหน้าที่....

       แต่ว่าเหตุการณ์ไม่ได้ดำเนินไปตามแผนนะซิ...เชื่อว่าอาจเป็นเพราะเพื่อนสนิททั้งสองของหล่อนยังมีอาการผวาจากเหตุปลาเทวดา และเพราะความไม่เข้าใจพิธีกรรมท้องถิ่น นางหนมเอก ก็ทำแค่นำร่างไปฝังไว้โคนต้นดอกแก้ว แล้วก็ขุดขึ้นมาพิสูจน์ แล้วก็ฝังกลับไปใหม่ด้วยชิ้นส่วนที่เหลือ ๆ  หล่อนไม่ได้คิดว่า การรบกวนร่างไร้วิญญาณครั้งแล้วครั้งเล่าอาจส่งผลอันน่าสะพรึงกลัวให้กับตนเองหรือคนที่หล่อนรัก เช่นเพื่อนสนิทได้........(หล่อนน่าจะจำประสบการณ์ของแครอลกับครอบครัวสเปนเซอร์ที่ไปอุกอาจขุดค้นรบกวนการหลับไหลของฟาโรห์เมมฟิสได้นะ  ขนาดป๋มเกิดมาหลังจากนั้นนับหลายร้อยปีแมว ป๋มยังต้องพึงตระหนักไว้ว่า "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" เลยฮับเหมียว....

     เพื่อนหน้าแปลกของนางหนมเอกเสนอไอเดียที่ฟังดูอบอุ่น (สำหรับผู้นำเหนอนั่นแหละ) คือให้เอาที่หลับที่นอนทั้งหมดมาไว้ในห้องบรรทมของกระป๋ม แล้วให้ทุกชีวิตรวมกันอยู่ในนั้น  นางหนมเอกก็ไม่ขัดข้องอะไรเพราะหล่อนก็อยากเอาอกเอาใจให้เพื่อนสุขเต็มๆ กับการมาเที่ยวพักผ่อน นางจึงแจ้งให้เพื่อนๆ ทราบว่า "ได้เลยจ๊ะ ....แต่ว่าปกติเจ้าชายทั้งสองจะบรรทมอยู่บนเตียงนะ  แต่ถ้าคืนนี้เอาที่นอนอื่นเข้ามา พ่อคุณเขาก็คงจะลงไปนอนกะพวกตะเองแน่ๆ เลยหล่ะ...."

   เพื่อนหล่อนคนที่สูงยาวเข่าดีเอ่ยขึ้นว่า "อ้าวจริงเหรอ?  งั้นไม่เป็นไรเดี๋ยวเค้านอนที่นอนล่างเอง..."  นางหนมเอกรีบแทรก "โอ้ ม่ายเป็นไรจ้า ม่ายเอา ม่ายเอา มาทั้งทีก็นอนเตียงหลวงเลยเพื่อน ข้างล่างมีคนจองแล้ว"  พูดไปก็เหล่ไปมองเพื่อนอีกคนของหล่อนที่ยืนทำหน้าครุ่นคิด.....ป๋มอาจคิดไปเองรึเปล่าไม่ทราบว่าป๋มเห็นเงาจางๆ วนเวียนอยู่รอบๆ เธอ...ป๋มสัมผัสได้ถึงความวิตกกังวล..บางอย่าง...แต่มะแน่ใจฮับ...

      ตะวันลับขอบฟ้าหายไปหลังดอยนานแล้ว สาวๆ ยังนั่งหม่ำไปคุยไป จู่ๆ หัวข้อสนทนาจากเรื่องสัปปะรดนางแล หมูยอ น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว คนขายก๋วยรูปหล่อเจ้าประจำของนางหนมเอก (รสชาติไม่ได้ฟามแต่ก็แวะซื้อประจำไม่รู้ทำไม?) ก็วกเข้าไปเรื่องการตายของปลาสีเงินเหล่านั้น...ป๋มสองพี่น้องก็ไม่ได้ตั้งใจฟังอะไรมาก เพราะมัวแต่สาละวนไล่จิ้งจกกันอยู่ แล้วนางหนมเอกก็เรียกพวกเราทุกคนเข้านอนเพราะเริ่มดึกแล้ว......

      อากาศยามรัตติกาลยิ่งหนาวเย็น สายลมอ่อนๆ พัดกังสดาร แกว่งไกวส่งเสียงหวิวแว่วมาไกลๆ  คืนนี้ช่างมืดมิดกว่าคืนไหนๆ  นางหนมเอกเข้าใจเพื่อนที่รักของเธอ และเกรงว่าป๋มสองพี่น้องจะไปกวนเจ๊ๆ นางจึงเสนอที่จะนอนข้างล่างเพราะเชื่อมั่นว่าพวกป๋มต้องอยากไปขดอยู่บนที่นอนแขกแน่ๆ  ไม่นานทุกคนดูเหมือนจะหลับและถูกกลืนเข้าสู่ภวังค์มิติแห่งตน...เหลือไว้แต่ความวังเวง.....เวงวังในหัวใจของใครบางคน....ส่วนนางหนมเอกนะเหรอ...คร่อกฟี้ คร่อกฟี้ ไปตั้งแต่ปลายเส้นผมสัมผัสหมอนแล้วฮับ....

     และแล้ว....ความสังหรณ์ใจของผมก็สำแดงตัว....ป๋ม (เจ้าชายทักซ์) รู้สึกหนาวได้ที่ก็เลยกระโดดขึ้นเตียงไปเพื่อจะมุดเข้าผ้าห่มอันอบอุ่นเหมือนทุกคืน....."ตุ๊บ" ร่างหนึ่งสะดุ้งทันทีที่ผมโดดขึ้นไป ทำให้ป๋มเองก็ สะดุ้งเฮือก ด้วยความตกใจ "อารายฟ่ะ?..."  ป๋มยืนนิ่งๆ สองวินาที แล้วก็แน่ใจว่าไม่มีอะไร ผมมองซ้ายมองขวาทำไมคืนนี้มันหาทางเข้าผ้าห่มไม่เจออ่ะ...มอง มอง มอง อาาาาา อยู่นั่นเอง ฝีเท้าและสายตาของป๋มไวเท่าความคิด ป๋มกระโจนอย่างสง่างาม (คุณต้องคิดภาพสโลว์โมชั่นน่ะ ถึงจะสมจริง) ข้ามร่างนั้นไป เพื่อจะแทรกตัวเข้าผ้าห่ม....ทันใด ร่างนั้นก็ลืมตาเบิกโพลง นอนตัวแข็ง สั่นเทาอยู่ภายใต้ผ้าผืนงาม ป๋มได้ยินเสียงหัวใจจังหวะดิสโก้รีมิกซ์กับรุมบ้าบวกกลิ่นอายของ ช่า ช่า ช่า (เชื่อแล้วว่าแกเต้นแอโรบิคเกือบทุกวัน) ดังมาจากร่างนั้น เงาจางๆ ที่เคยเห็นวนเวียนอยู่กลับชัดเจนขึ้น มันคือรังสีออร่าแห่งความกลัวสุดๆ ของเจ้าของร่างนั่นเอง.....   ป๋มไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เริ่มจำได้แล้วว่าร่างนี้มิใช่นางหนมเอก โดยมารยาทเจ้าบ้านที่ดี ป๋มเลยโดดลงไปที่นอนล่าง มุดผ้านวมหนาๆ เข้าหาอุ่นไอที่คุ้นเคยและผล็อยหลับไป(ฝันดีอีกต่างหาก) >^o^<

     เช้ามา หนึ่งในเพื่อนรักของนางหนมเอกมีอาการตาค้าง (พบร่องรอยตีนกาเพิ่มขึ้นอีกหลายริ้ว) ตัวแข็ง หน้าซีด ไม่ตอบสนองต่ออาหารเช้า ได้แต่เพ้อว่า
"ละ...ละ....ละ.....แล้วตูจะ..เ..ฮี้..ย..น..ไหมนี่!......."

*MYTH - เรื่องตำนานเล่าขานที่ยังพิสูจน์ไม่ได้*
คนไทย "โบราณ" เชื่อว่า ถ้า "แมวดำ" โดดข้ามโลงศพ ก็จะทำให้ วิญญาณนั้น อาละวาดมาก

*TRUTH - เรื่องจริง*
ป๋ม เป็นแมวขาว สวมทักซีโด้เพนกวินแบรนด์นะฮับ ม่ายเชื่อพิสูจน์ด้าาาาาาาาาาาย.....เมี๊ยว...เมี๊ยว...

"ป้าฮะ...แล้วมาเยี่ยมกันอีกนะฮับเหมียวววววว"   >^o^<

วันอาทิตย์, มิถุนายน 05, 2554

ร้องเรียก เหมียว เหมียว เดี๋ยว "ใคร" จะมาเอ่ย...?

"เธอว่าไงน่ะ?" >^o^<
ตั้งแต่ย้ายมาอยู่กะ นางหนมเอก เราสองพี่น้องก็มักจะได้ยินหล่อนพึมพัมอะไรหลายอย่าง พยายามฟังอยู่แต่ก็ยังจับใจความอะไรไม่ได้มาก รู้แต่ว่า "เฉพาะประโยค หรือ เสียงที่ส่งมานั้น" อาจนำผมสองพี่น้องไปสู่การตอบสนองเพื่อควบคุมสถานการณ์อะไรบางอย่างฮับ มันอาจกำลังหมายฟามว่า "ความอาหย่อย ความฮา ความมันส์ หรือไม่ก็ความสยอง กำลังจะมาเยือนฮะ.....เด๋วป๋มช่วยกันเล่าให้ฟังเลยแล้วกันฮับเหมียว >^O^<

หากเป็นเสียงประมาณว่า.....
"เหมี่ยว เมี๊ยยยยยยยยว" นั่นคือสัญญาณทักทันทีที่หล่อนขับรถเข้ามาจอดในบ้าน แล้วก็จะโหวกเหวกอยู่อย่างนั้นจนสุนัขหน้าบ้าน ข้างบ้านตอบรับ (หล่อนคิด) กันเกรียวกราวสนั่นหู เพื่อนบ้านเลยต้องรับรู้ว่านั่นคือกิจวัตรของแม่นาง...บางคนอาจต้องจำ/ทำใจเลยนะฮะ ^^"

นี่แค่น้ำจิ้มๆ เอายังงี้ เพื่อความยุติธรรมของทุกฝ่าย และที่สำคัญช่วยให้คุณเข้าใจ เราสามแม่ลูกจะทำตารางเปรียบเทียบให้ดูนะฮับเหมียว >^,^<

เสียง(นั้นสำคัญไฉน)                ทักซ์ กะ สป๊อต                นางหนมเอก

ท๊าาาากซ์....สปอออ้อออต       ขานชื่อเจ้านาย                     เรียกหาเหมียว

มี๊มี๊...มี๊มี๊๊                                     เฉย                                อยากใกล้ชิด

มานี่เร็วลูก มา มา บอกให้มานี่   เดิน/เล่นต่อไป         พยายามระงับการปีนไปบ้านอื่น 

หยู๊ด หยุด หยุด หยุด                 มองหน้านิดนึง                  มันคือคำสั่งห้ามนะ
                                        แล้วทำต่อไป (อะไรก็ตาม)

ปะ ปะ                                     เสียงนี้ชอบมากฮะ              ชวนออกไปเล่นหน้าบ้าน

เฮ้..ได้เวลาอาบน้ำแหละ          ไม่ได้พูดกะเรา                     บอกให้เตรียมตัวเตรียมใจ

ทักซ์มาก่อนเร้วลูก                   ไม่แน่ใจว่าพูดกะป๋ม             เจาะจงพูดกรอกหูเลย
                                           แต่รู้สึกมะอยากเข้าใกล้

มาลูกน้ำอุ่นแล้ว                      ไปใต้ตูุ้ ใต้โซฟาดีกว่า         ต้องไปตามอุ้มมาทุ๊กทีเล้ย

เย้ ถึงตาสป๊อตแล้วลูก         หายแซ่บไปจากห้องนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็มิอาจทราบได้
                                        ทั้งที่เมื่อกี้ยังมาปีนฝาชักโครกยืนดูพี่ทักซ์อาบน้ำอยู่เลย

ฮั่นแน่ ออกมาเร็วลูก            นั่งนิ่งๆ อย่าขยับจ้องตา            เรียกป่อดนั่นแหละค่า
เดี๋ยวน้ำมันเย็น                     เขม็งยืนยันความเป็นส่วนตัว

มะ เช็ดตัวก่อนนอนจ้า         ไม่รู้ส่งเสียงอะไร แต่ไอ้            ต้องพูดไว คว้าไวทุกคืน
                                      ผ้าเปียกนั่นอ่ะไม่ดีแน่

โดด ลูก โดด                       อ่ะชอบมากแย่งของ                เชียร์ให้ออกกำลังกาย
                                           จากหล่อนเนี่ย

เย้ เก่งมากจ้า จุ๊บ จุ๊บ          ทำไมชอบขัดจังหวะ                ต้องปรบมือให้กับความสามารถ
                                      การเล่น มานัวเนีย นัวเนีย          พร้อมจุ๊บแสดงความรักฟอดนึง

หม่ำหม่ำ ลูก หม่ำหม่ำ       หูผึ่ง น้ำลายสอ                        ไม่ทันได้แปลเล้ย

ก๊อบแก๊บ ก๊อบแก๊บ            วิ่งทแร่ด "คร๊าาาาบเหมียว"   งง! ไม่ได้พูดอะไรเร้ย...
                                                       แค่แกะถุงกะเตี๋ยวใส่ชาม มามัยเนี่ยะ?!

ก็เป็นอะไรประมาณนี้หล่ะฮ่ะ  นี่ยังไม่รวมเสียงประหลาดๆ อีกเยอะแยะ ไม่รู้ว่าหล่อนมีปัญหาอะไรนะฮะ เพราะปกติก็เห็นคุยกะเพื่อนบ้านตามประสาคนดีๆ นี่เอง แต่พอเจอพวกป๋มทีไร เกิดอาการคลุ้มคลั่ง เพ้ออะไรแบบที่เพื่อนบ้านไม่เห็นเป็นเลยนะฮะ   ที่สำคัญหล่อนมักจะครึ้มใจท่องกลอนหลอกตัวเองว่า "เหมียว เหมียว เหมียว.... ร้องเรียก เหมียว เหมียว เดี๋ยวก็มา" พูดแล้วก็กระหยิ่มยิ้มย่อง

ทั้งที่ความจริงควรจะร่ายว่า  "เหมียว เหมียว เหมียว...ร้องเรียกเหมียว เหมียว เดี๋ยวเจ๊ก็มา" ตะหากหล่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ฮับเหมียว >^o^<

ปล. แต่ป๋มก็วางใจหล่อนที่สุดในโลกเลยนะฮ้าขอบอก
Tux & Spot  >9.9<

               
         



วันศุกร์, มิถุนายน 03, 2554

ผู้ต้องสงสัย















เหตุวุ่นวายที่ห้อง 409
คงจะไม่วายวุ่นหาก เจ๊อ้อนนางหนมเอก ไม่ได้บังเอิญติดซีรี่ห์ต่างประเทศงอมแงม....

เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งนางหนมเอกกลับเข้าบ้านมาพร้อมเพื่อนร่วมบ้านใหม่ๆ คือ ปลาเทวดาแพลททินั่มหนุ่มน้อยสี่ตัว ปลาหมูรุ่นๆ สองตัว และปลาแพะจิ๋วๆ อีกสองตัว 


มาถึง แม่นางก็จัดห้องหับอย่างดีตบแต่งด้วย
ปะการัง เปลือกหอย และหินหลายขนาดที่หล่อนสะสม เก็บ หรือยืมมาจากหาดต่างๆ ตั้งแต่ฮาวายไปจนถึงเกาะไหงบ้านเรา  ช่างบรรจงจัดประหนึ่งว่าอะควอเรี่ยมใหญ่เท่าสนามฟุตบอลก็ไม่ปานทั้งที่จริงๆ แล้ววัดได้อย่างมากก็ไม่เกินโหลลอดช่องสิงคโปร์หร๊อก..... >^o^<

นางหนมเอก ดูท่าจะมีฟามสุกมากจนเกือบลืมจัดอาหารค่ำมาเสริฟให้เราสองพี่น้อง แต่ก็ไม่เป็นไร "รับได้"  พอเช้ามาก็ยังไม่วายสาละวนอยู่กับพวกเกล็ดวาวทั้งหลาย แถมก่อนออกจากบ้านยังกำชับบอกให้เราสองพี่น้องดูแลเพื่อนใหม่ให้ดีๆ อีกด้วย "ได้ฮับเหมียวเดี๋ยวจัดให้ จะจับตาเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดเล้ย"  เราสองพี่น้องมองหน้ากัน ก่อนแยกย้ายไปงีบ.....และก็เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไปจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เสียงกรี๊ดของหล่อนแปร๋นมาเล่นเอาผมสองพี่น้องขนลุกขนพอง

"ลูกแม่เป็นอะไรไปเนี่ยะ? ทำไมฟรีสไตล์หงายหลังอยู่อย่างนี้หล่ะ?"

อารามตกใจ นางหนมเอกรีบช้อนร่างเทวดาสีเงินหนุ่มขึ้นมาหวังให้ความช่วยเหลือแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว....หล่อนจำใจนำร่างไร้แววนั้นไปฝังไว้ใต้ต้นดอกแก้วริมหน้าต่าง ความเงียบคลืบคลานเข้ามา...ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากแม่นางที่หมดวันพักผ่อนไปกับการล้างตู้ จัดตู้ เปลี่ยนน้ำใหม่ เราสองพี่น้องได้แต่ เฝ้าดู อยู่ห่างๆ

รุ่งขึ้น เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงกรี๊ดของหล่อนดังกว่าเมื่อวาน ผสมผสานพลังฉุนเฉียวลงในน้ำเสียงเล็กน้อย "ลูกแม่เอาอีกแล้ว ทำไมหงายท้อง พะงาบ พะงาบอย่างนี้หล่ะ?" สิ้นเสียงหวีด หล่อนรีบรุดเข้าไปช้อนปลาน้อยขึ้นมาเตรียมให้การช่วยเหลือ...และครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเมื่อวาน...

กระถางต้นแก้วถูกขุดขุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ร่างหมายเลขสองถูกฝังเรียงต่อไป...วันที่สาม...และวันที่สี่....หัวใจของนางหนมเอก กำลังแตกสลาย พลุ่งพล่าน และเดือดดาล หล่อนประกาศก้อง "นี่ไม่ใช่การเสียชีวิตธรรมดาเป็นแน่ ฆาตกรรมชัดๆ ต้องเป็นฝีมือฆาตกรต่อเนื่องแน่ๆ  ฉันจะต้องขอให้ทีมผู้เชี่ยวชาญหาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษให้ได้"  ทันทีนางก็เปิดเครื่องรับสัญญาณไปที่ ฟอกซ์ เอเอ็กซ์เอ็น และสตาร์เวิร์ลด เพื่อติดต่อกับทีมผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่จะสามารถช่วยคลี่คลายคดีการตายลึกลับนี้ได้ ......งานเข้าผมสองพี่น้องและผองเพื่อนซิครับคราวนี้....

ซีเอสไอ ทั้งสามทีมบินตรงมาจากนิวยอร์ค ลอสแอลเจลีสและ ไมอามี่ (Crime Scene Investigation) นำโดยด๊อกเตอร์แลงดอน มาถึงเป็นกลุ่มแรก พวกเขาเริ่มต้นการสอบสวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ และผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด  พวกเขาทั้งสัมภาษณ์ โหวตออก และล็อกไว้ฮับ เล่นเอาผมกับพี่อึ้งเลยฮะ...

ไม่ทันไร ทีมที่สองนำโดยหัวหน้ากิ๊บส์ จากหน่วย เอ็นซีไอเอส (Naval Criminal Investigative Service) ก็เข้ามารับช่วงต่อ พวกเราทุกตัวถูกสอบสวนเข้ม รวมทั้งปลาหมู กับปลาแพะด้วย แต่ที่น่าทึ่งคือ แม้แต่เจ้าจิ้งจกสองตัวก็ถูกรวบไว้เพื่อสอบปากคำด้วยฮะ...ผมไม่รู้ว่าพยานแต่ละปากเป็นกันอย่างไรบ้าง แต่ผมกะพี่ทักซ์ก็ไม่น่าจะต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปด้วยเลยฮับเหมียว....

ถึงตอนนี้นางหนมเอกถูกแยกไว้เป็นผู้คอยชี้ตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติม...หลายชั่วโมงแล้วพวกเรายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยฮะทั้งนี้ก็เพราะว่าอีกทีมหนึ่งกำลังมา....ไม่ทันขาดคำ ด๊อกเตอร์เบรนนั่นสาวสวยหรือโบนส์ (Bones)ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์โครงกระดูกและซากจากสำนักงานเจฟเฟอร์โซเนี่ยน ก็เดินตามหัวหน้าบู๊ซเจ้าหน้าที่พิเศษเอฟบีไอมาติดๆ....เราสองพี่น้อง พร้อมกับปลาแพะ ปลาหมู และจิ้งจกต่างมองหน้าทำตาปริบๆ ใส่กัน....

หัวหน้าแลบของด๊อกเตอร์โบนส์ (ฉายา) คว้าเอาอะควอเรี่ยมทั้งใบไปพิสูจน์ พวกเขาพยายามเก็บรอยนิ้วมือจากพวกเราซึ่งก็เล่นเอาทุกๆ ทีมเหนื่อยไปตามๆ กัน ก็คิดดูซินะฮะ กว่าจะเสร็จจากผมกับพี่ ก็สี่มือ สี่...อุ้ง...เข้าไปแล้ว ไหนจะจิ้งจกสองตัวอีกแปดอุ้ง ทั้งนี้ก็ยังไม่ยากเมื่อเทียบกับการเก็บหลักฐานจากปลาหมูและปลาแพะฮะ ม่ายรู้เหมือนกันว่าได้รอยซี่ครีบไปหรืออย่างไรก็มิอาจทราบได้ฮับเหมียว ^o^"

รายงานการสอบสวน

ด๊อกเตอร์แลงดอน จากซีเอสไอประมวลหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดแล้วคาดว่า นี่เป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง และขณะนี้ฆาตกรยังลอยนวลอยู่

หัวหน้ากิ๊บส์ ทหารเรือเก่า พบข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำและเปิดเผยได้แค่เพียงว่า การเสียชีวิตที่ห้องนี้เป็นเพียงเหยื่ออีกกลุ่มหนึ่งที่อาจสาวไปถึงต้นตอได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ

ด๊อกเตอร์โบนส์ ค้นพบรอยร้าวที่โครงกระดูกศีรษะของผู้เสียชีวิต ลักษณะเหมือนโดนของแหลมคม แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ต่ออีกว่าแท้จริงแล้วบาดแผลบนกะโหลกนั้นจะเป็นร่องรอยที่เกิดจากอาวุธสังหารของฆาตกรหรือเกิดจากขั้นตอนการฝังของนางหนมเอกกันแน่....อะไรก็เป็นไปได้ใช่ม่ะ!?  ขณะเดียวกันทางแลบวิทยาก็พบว่าผู้เสียชีวิตมีภาวะการไหลเวียนโลหิตหยุดชะงัก ส่งผลให้เป็นอัมพาตในขณะที่ค่อยๆ หมดลมหายใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าผู้ตายจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด พวกเขาต้องตกอยู่ในอาการหวาดผวาและตระหนกอย่างที่สุดโดยสังเกตุจาก ดวงตากลมเบิกโพลง ปากเปิดอ้าค้างขณะเสียชีวิต

หลังจากนางหนมเอกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าไปรับรูมเมททั้งสี่นี้มาจากที่ไหน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทั้งหมดต่างก็ลีบกุลีกุจอไปยังสถานที่แห่งนั้นทันที.....ตอนนี้ผมกับพี่พร้อมกับผู้ร่วมชะตาทั้งหกยังคงนอนหลับไม่สนิท หายใจไม่ทั่วท้องเพราะยังถูกกักบริเวณไว้จนกว่าการพิสูจน์จะกระจ่าง...

ณ. ตลาดปลาและดอกไม้คำเที่ยง....
ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายถึงกับอึ้ง ตะลึงตึงตึง กับความหลากหลายของการซื้อขายแลกเปลี่ยนบวกกับความโกลาหล พลุกพล่านของผู้คน แต่เพื่อหน้าที่แล้ว พวกเขาต่างแยกย้ายกันไปเพื่อค้นหาหลักฐานและเบาะแสที่จะสามารถนำเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้จงได้......

สองสัปดาห์ต่อมา...นางหนมเอกกับพวกเราทั้งหมดได้รับโฟนอินน์เรียกเข้ามาจากทุกหน่วยงาน  พวกเราจึงมาออ มะรุมมะตุ้มอยู่หน้าจอ พร้อมสังเกตุเห็นเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหลายนายเข้าประจำตำแหน่งยืนอารักขาหน้าห้องประชุมอยู่......

นางหนมเอกบ่นก่อนเลย "เอ่อ ไม่ทราบว่าพวกคุณทั้งหมดปฏิบัติการไปถึงไหนแล้วค่ะ อิฉันไม่ได้รับข้อความอะไรมาตั้งสองอาทิตย์ แล้วจะกลับไปก็ไม่บอกกันก่อนเลย จะได้จัดเลี้ยงขันโตกและตบท้ายด้วยโคมลอยกันอ่ะ...ฉันหวังว่าพวกคุณคงจะได้อะไรบ้างนะ"

เนื่องจากโฟนอินน์กันเข้ามาหลายสาย เลยตอบแทรกพร้อมกันเข้ามาทันที "เอื้องผึ้ง" "กุหลาบพันปี" "แก๊ปปี้ กับปลาหมอสีพันธุ์แปลกๆ ไปหลายตัว..." ......เงียบงึบ.......

"อ่ะโทษที...(เคลียร์ลูกคอ) งั้นผมสรุปให้ฟังเลยแล้วกัน" ด๊อกเตอร์แลงดอนถืออาวุโสเป็นผู้แจ้งข่าวให้เราฟัง  "จากการลงพื้นที่ ที่ตลาดคำเที่ยง ทำให้สามารถสาวไปถึงต้นตอของการฆาตกรรมต่อเนื่องว่าแท้จริงแล้วฆาตกรมีมากกว่าหนึ่งทอดและทำกันอย่างเป็นขบวนการ เริ่มตั้งแต่ผู้สร้างสายพันธุ์ปลา ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีกซึ่งสุดท้ายผู้เคราะห์ร้ายก็มักจะไปเสียชีวิตลงที่บ้านของผู้บริโภคหรือลูกค้า ซึ่งในที่นี้คือ นางหนมเอก นั่นเอง  ดังนั้นฆาตกรต่อเนื่องเหล่านั้นยังลอยนวลอยู่นะครับ..."

ส่วนคำให้การที่น่าสงสัยของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเช่น....

สองพี่น้องทักซ์กับสป๊อต "เฝ้าดูอยู่, จับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด (ตาติดตู้ หูติดน้ำ เล็บติดสาหร่าย)"
จิ้งจกแม่ลูกที่ให้การว่า "ลงไปกินน้ำเฉยๆ เท่านั้นจริงๆ จิ้งจกนะมะใช่ตุ๊กแก"
ปลาหมู และปลาแพะ "ไม่เคยคิดแย่งชิงอาหาร แค่เก็บทุกอย่างกินเพื่อให้ตู้สะอาดเท่านั้น"

พิจารณาว่าไม่เพียงพอให้เป็นหลักฐานที่จะตั้งข้อหาเพื่อกล่าวโทษได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยกประโยชน์ให้ไปจากประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่ได้ปลาแก๊ปปี้กับปลาหมอสีติดมือกลับไป  เพียงชั่วข้ามคืนทุกตัวก็ทยอยเสียชีวิตลงเช่นกัน  ดังนั้นผู้ต้องสงสัยห้อง 409 ทั้งหมดถือว่าพ้นข้อกล่าวหาและยกเลิกการกักบริเวณได้  - นางหนมเอกถึงกับน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลี้มถามต่อทันที "แล้วคุณจะจัดการขบวนการค้าโหดนี้อย่างไรต่อไปค่ะ?"

เอฟบีไอบู๊ซตอบทันที "เราได้แจ้งประสานงานและมอบคดีให้กับตำรวจท้องที่ อืม...สน.สันทราย แถวๆ ดอยสะเก็ด ให้เป็นผู้ออกปฏิบัติการกวาดล้างต่อไปครับ"

ทุกคน "เงียบกริบ" นางหนมเอก หัวฟู ควันออกหู บ่น บ่น บ่น อะไรสักอย่าง เกี่ยวกับคดีรถชนที่ยังไม่คลี่คลายตั้งแต่ปีมะโว้อะไรทำนองนี้แหละฮะ ก่อนที่หล่อนจะสติแตก เลื้อยออกจากห้องประชุมไปเลยฮับเหมียว >^.^<

เฮ้อ.....จบซะที เรื่องนี้ยาวเชียว...อย่างว่าแหละช่วยกันเล่าทั้งห้องนะฮะ...
ลาก่อน 409 ฮิลล์ไซด์ คอนโดที่แสนวุ่นวาย  >^o^<

วันพฤหัสบดี, มิถุนายน 02, 2554

ปัญหาปลายจวัก - เสน่ห์ปลายจมูก

สวัสดีขอรับกระป๋ม...
ใครๆ เขาพากันเรียกผมว่า "สป๊อต" ฮับเหมียว ผมไม่รู้เลยนะฮะว่าชื่อนั้นมีที่มายังไง แต่ฟังดูแล้ว "เทห์มั่ก มั่ก" เลยฮะ เห็นคุณตาบ้านนี้ท่านเรียกหา "สปอร์ต....สปอร์ต"  ป๋มรึก็นึกว่ามีสมาชิกครอบครัวเพิ่ม แต่ก็ยังไม่เคยเห็นมีใครอื่นนะฮะ นอกจากตัวเอง กะพี่ชาย ทักซ์ อ่ะ  แถมยังมาค้อนว่าผมไม่มาหาอีกนะฮะ...อ้าวจะรู้มั๊ยเนี่ย... >^o^<

พูดถึงคุณตาแล้วทำให้นึกได้ว่ามีเรื่องแปลกๆ จากสาวๆ ข้างบ้านจะมาเล่าให้ฟังนะฮะ เผื่อคุณๆ ทั้งหลายจะช่วยให้ผมเข้าใจอะไรๆ เสียทีฮะเหมียว...

เรื่องมีอยู่ว่าใครๆ ที่แวะมาที่บ้านก็มักจะตื่นเต้นกับ "แมนโชว์ - รูปหล่อ กล้ามใหญ่" ของพี่ทักซ์กันเสมอเลย แต่พอหันมาเห็นผมเท่านั้นแหละฮับ พี่ๆ แกก็พากันวี๊ดวิ้ว ติ๊วติ่ว กันใหญ่ เผลอแผล่บเดียวก็กรูกันเข้ามาหอมฟอด หอมฟอดที่หน้าผมกันเลยฮะ  ที่สำคัญไม่หอมอย่างเดียวซีฮ่ะ แต่เอาจมูก มาชนจมูก ผมบ้างหล่ะ บางนางก็เอานิ้วชี้มาจิ้ม จิ้ม จิ้ม ที่ปลายจมูกของผมตลอดเลยฮะ แล้วก็วี๊ดวิ้ว ติ๊วติ่ว กันต่อฮะ...ผมเนี้ยะ..งงเลย

วันก่อนเจ๊อ้อน นางหนมเอกส่วนตัวของพวกเราพาผมกะพี่ไปฉีดวัคซีน บรรดาคุณหมอสาวๆ ก็ปรี่กันเข้ามามุขเดิมๆ เหมือนทุกครั้ง "น้องป่อดมาแล้ว น้องป่อดมาแล้ว ขอดูจมูกหน่อยนะจ๊ะ" แล้วก็จิ้มกันมาคนละจึ่ก สองจึ่ก บางครั้งก็มากระตุ๊กหนวดน้อยๆ ของผม แล้วก็พากัน วิ๊ดวิ้ว ตี๊วติ่ว ไม่ต่างอะไรจากสาวๆ ข้างบ้าน เสียอย่างเดียวเจ๊ๆ ที่นี่แกมีเข็มสวนทวาร กะเข็มฉีดยานะซิฮะ...อะจึ๋ยส์.....แค่คิดก็หนาวแย้ว....

ผมยังคิดไม่ตกว่่าทำไมปฎิกิริยาตอบสนองต่อพี่ทักซ์ ช่างต่างกับของผมเสียจริงๆ มันต้องเป็นระดับปัญหาที่ปลายจมูกแน่นอน ซึ่งผมจะต้องตามหาคำตอบนั้นให้พบให้ได้ฮะ..... 

วันนี้ก็อีกครั้ง...พอได้ยินเสียงใครบางคนกำลังย่างเท้าเข้ามาในคฤหาสน์ของเรา ผมงี้รีบโกยไปหลบก่อนเลยฮะ แอบดูสถานการณ์หวังไว้ว่าจะได้เห็นเค้าเอานิ้วไปจิ้ม จิ้ม จิ้ม จมูกพี่ทักซ์เขาบ้าง....ก็เปล่าเล้ย...ไอ้ป๋มรึก็คิดเองว่า....คราวนี้คงปลอดภัยแน่แล้ว... ทันทีที่ผมกระดื้บ กระดื้บออกมา ใครคนนั้นก็คว้าหมับ ยกและชูผมไว้ต่อหน้าดำๆ มีหนวดแหลมๆ ฟันทองเหยินๆ เขาก็คือช่างไฟฟ้าของหมู่บ้านนี่เอง หน้าตาน่ากลัวมาก.....

ย๊าาาาาากส์...และแล้ว  มันก็เกิดขึ้น -- อีกจนด้าาาาาาย--

"สป๊อตจ๋า มาให้น้าหอมหน่อยคร๊าบบบบบ....จมูกหวานแหว๋วแบบนี้   เฮีย  อดใจไว้ไม่ไหวแย้ว...จู-จู-จู-จุ๊บ-จุ๊บ-จุ๊บ.....ตี๊ดติ้ว วี๊ววิ้ว...."

อะจึ๋ยส์...ดินแดนพิศวงนี่ช่างน่ากัวจังเยยกั๊บเหมียว ....."เจ๊ อ้อนอยู่หนายเนี่ยยยยยยยยยยย" 

by  Spot...Spotty for now >^o^<

วันพุธ, มิถุนายน 01, 2554

ลืมตา

WHEN I WAS JUST A LITTLE KITTEN  >^o^<
สวัสดีฮับเหมียว........

ผมชื่อ ทักซีโด้ มาพร้อมกับน้องชายตัวแสบ เจ้าลายจุด สป๊อต ฮะ

อืม.....เป็นคืนอากาศปลอดโปร่ง (คิดว่านะ) แต่ผมหนะเบียดกันแน่นกับพี่ๆ น้องๆ รอคุณแม่เปิดประตูสู่สถานที่ซึ่งแม่ร้องบอกไว้ในเพลงว่าเป็นแดนพิศวง เต็มไปด้วยเรื่องราวฮับ  แม่บอกว่าสิ่งอัศจรรย์แรกที่รอพวกผมอยู่คือ "ลังคลอดอันอบอุ่น" ฮับ.....อืออบ อืออออออบ  อืออออออออออออออบ ฮาาาาาา ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนกับว่าถูกผลักออกมาอย่างแรงไปตามลางสไลด์ไหลปรู๊ดออกมาเลยฮับ แป๊ปเดียวก็มีแผ่นบางๆ แข็งแรง อบอุ่นๆ มาเลียไล้ จั๊กจี๋ไปทั่วหัว หน้า ตัวตลอดไปถึงหางของผมเลยฮับ ผมมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เสียงที่คุ้นเคยทำให้รู้สึกอบอุ่น ปลอดภัยและบอกได้เลยฮับว่าเป็นคุณแม่

ผมรู้สึกว่ามีร่างอื่นๆ พาดทับผมและในขณะเดียวกันผมว่าตัวเองก็นอนทับอยู่บนร่างอื่นด้วยฮับ แปลกที่ผมไม่ยักกะกลัวนะ แต่รู้สึกอุ่นและหลับฝันดีอีกต่างหาก....เวลาเหมือนหยุดนิ่ง เคลื่อนต่อ แล้วหยุดอีกซ้ำไปซ้ำมาไม่ทราบว่านานเท่าไหร่ รู้แต่ว่าภายใต้ความอบอุ่นและอ้อมกอดของคุณแม่(แม้ว่าจะเบียดกระแซะกับร่างอื่นๆ) ผมมักจะคลำไปพบกับท่อนุ่มๆ ที่วิเศษมาก เป็นที่ที่ผมงับๆ อมๆ แล้วดูดดื่มเอารสชาดที่ไม่เคยได้ลิ้มมาก่อนทั้งหอมหวานอร่อยจนผมลืมใส่ใจทุกสิ่งทุกอย่างไปเลยหล่ะฮะ

อย่างไรก็ตาม บิ๊กเดย์ ที่ผมยังจำได้ไม่เคยลืมคือเช้ามืดวันหนึ่งคุณแม่เลีย เลีย เลียแต่งตัวทำความสะอาดให้ผมกับน้องๆ แต่วันนั้นคุณแม่บรรจงล้างหน้าของผมอย่างนุ่มนวลเนิ่นนาน เลีย เลีย เลีย ที่เปลือกตาทั้งสองข้าง จนกระทั่งสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น คุณแม่เลียครั้งสุดท้ายแล้วตาของผมก็เปิดออก  แสงแรกที่แว่บเข้ามาทำให้ผมตกใจจนต้องกระพริบตาถี่ๆ ทันที....มืด สว่าง มืด สว่าง มืด เอ๊ะ ผมเห็นอะไรบางอย่าง มืด สว่าง และก็กระจ่าง......ผมมองเห็นรูปร่างพร้อมกับหน้าเล็กๆ เป็นสลอนอยู่รอบข้าง ผมสะดุ้งนิดนึง แล้วถึงกับผงะเมื่อเห็นศีรษะขนาดมหึมา แต่ด้วยแววตาที่อ่อนโยนเป็นประกายนั้นความตกใจของผมหายไป หัวใจเต้นตุ๊บ ตุ๊บ ความตื่นเต้นริงโลดมาจากไหนไม่ทราบ...ผมคิดในใจว่าแววตาที่งดงามเอื้อเอ็นดูคู่นี้เจ๋งที่สุดเลย....ผมหวังว่า ความงามนี้ก็คือ.....ฉับพลันใบหน้านั้นก็โน้มลงมาจุ๊บหน้าผากผม เลียตรงนี้นิด ตรงนั้นหน่อยอย่างเอ็นดูพร้อมร้องบทเพลงไพเราะกระซิบข้างหูผมว่า "สวัสดีจ๊ะ ลูกน้อยของแม่"  >^.^<

อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะฮับเหมียว >^.^<