เหตุวุ่นวายที่ห้อง 409
คงจะไม่วายวุ่นหาก เจ๊อ้อนนางหนมเอก ไม่ได้บังเอิญติดซีรี่ห์ต่างประเทศงอมแงม....
เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่งนางหนมเอกกลับเข้าบ้านมาพร้อมเพื่อนร่วมบ้านใหม่ๆ คือ ปลาเทวดาแพลททินั่มหนุ่มน้อยสี่ตัว ปลาหมูรุ่นๆ สองตัว และปลาแพะจิ๋วๆ อีกสองตัว
ปะการัง เปลือกหอย และหินหลายขนาดที่หล่อนสะสม เก็บ หรือยืมมาจากหาดต่างๆ ตั้งแต่ฮาวายไปจนถึงเกาะไหงบ้านเรา ช่างบรรจงจัดประหนึ่งว่าอะควอเรี่ยมใหญ่เท่าสนามฟุตบอลก็ไม่ปานทั้งที่จริงๆ แล้ววัดได้อย่างมากก็ไม่เกินโหลลอดช่องสิงคโปร์หร๊อก..... >^o^<
นางหนมเอก ดูท่าจะมีฟามสุกมากจนเกือบลืมจัดอาหารค่ำมาเสริฟให้เราสองพี่น้อง แต่ก็ไม่เป็นไร "รับได้" พอเช้ามาก็ยังไม่วายสาละวนอยู่กับพวกเกล็ดวาวทั้งหลาย แถมก่อนออกจากบ้านยังกำชับบอกให้เราสองพี่น้องดูแลเพื่อนใหม่ให้ดีๆ อีกด้วย "ได้ฮับเหมียวเดี๋ยวจัดให้ จะจับตาเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดเล้ย" เราสองพี่น้องมองหน้ากัน ก่อนแยกย้ายไปงีบ.....และก็เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไปจนกระทั่งเช้าวันหนึ่ง เสียงกรี๊ดของหล่อนแปร๋นมาเล่นเอาผมสองพี่น้องขนลุกขนพอง
"ลูกแม่เป็นอะไรไปเนี่ยะ? ทำไมฟรีสไตล์หงายหลังอยู่อย่างนี้หล่ะ?"
อารามตกใจ นางหนมเอกรีบช้อนร่างเทวดาสีเงินหนุ่มขึ้นมาหวังให้ความช่วยเหลือแต่ก็สายเกินไปเสียแล้ว....หล่อนจำใจนำร่างไร้แววนั้นไปฝังไว้ใต้ต้นดอกแก้วริมหน้าต่าง ความเงียบคลืบคลานเข้ามา...ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากแม่นางที่หมดวันพักผ่อนไปกับการล้างตู้ จัดตู้ เปลี่ยนน้ำใหม่ เราสองพี่น้องได้แต่ เฝ้าดู อยู่ห่างๆ
รุ่งขึ้น เหตุการณ์ทำนองเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง เสียงกรี๊ดของหล่อนดังกว่าเมื่อวาน ผสมผสานพลังฉุนเฉียวลงในน้ำเสียงเล็กน้อย "ลูกแม่เอาอีกแล้ว ทำไมหงายท้อง พะงาบ พะงาบอย่างนี้หล่ะ?" สิ้นเสียงหวีด หล่อนรีบรุดเข้าไปช้อนปลาน้อยขึ้นมาเตรียมให้การช่วยเหลือ...และครั้งนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากเมื่อวาน...
กระถางต้นแก้วถูกขุดขุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง ร่างหมายเลขสองถูกฝังเรียงต่อไป...วันที่สาม...และวันที่สี่....หัวใจของนางหนมเอก กำลังแตกสลาย พลุ่งพล่าน และเดือดดาล หล่อนประกาศก้อง "นี่ไม่ใช่การเสียชีวิตธรรมดาเป็นแน่ ฆาตกรรมชัดๆ ต้องเป็นฝีมือฆาตกรต่อเนื่องแน่ๆ ฉันจะต้องขอให้ทีมผู้เชี่ยวชาญหาตัวผู้กระทำผิดมารับโทษให้ได้" ทันทีนางก็เปิดเครื่องรับสัญญาณไปที่ ฟอกซ์ เอเอ็กซ์เอ็น และสตาร์เวิร์ลด เพื่อติดต่อกับทีมผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่จะสามารถช่วยคลี่คลายคดีการตายลึกลับนี้ได้ ......งานเข้าผมสองพี่น้องและผองเพื่อนซิครับคราวนี้....
ซีเอสไอ ทั้งสามทีมบินตรงมาจากนิวยอร์ค ลอสแอลเจลีสและ ไมอามี่ (Crime Scene Investigation) นำโดยด๊อกเตอร์แลงดอน มาถึงเป็นกลุ่มแรก พวกเขาเริ่มต้นการสอบสวนทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้อยู่ในเหตุการณ์ และผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุด พวกเขาทั้งสัมภาษณ์ โหวตออก และล็อกไว้ฮับ เล่นเอาผมกับพี่อึ้งเลยฮะ...
ไม่ทันไร ทีมที่สองนำโดยหัวหน้ากิ๊บส์ จากหน่วย เอ็นซีไอเอส (Naval Criminal Investigative Service) ก็เข้ามารับช่วงต่อ พวกเราทุกตัวถูกสอบสวนเข้ม รวมทั้งปลาหมู กับปลาแพะด้วย แต่ที่น่าทึ่งคือ แม้แต่เจ้าจิ้งจกสองตัวก็ถูกรวบไว้เพื่อสอบปากคำด้วยฮะ...ผมไม่รู้ว่าพยานแต่ละปากเป็นกันอย่างไรบ้าง แต่ผมกะพี่ทักซ์ก็ไม่น่าจะต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยไปด้วยเลยฮับเหมียว....
ถึงตอนนี้นางหนมเอกถูกแยกไว้เป็นผู้คอยชี้ตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติม...หลายชั่วโมงแล้วพวกเรายังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยฮะทั้งนี้ก็เพราะว่าอีกทีมหนึ่งกำลังมา....ไม่ทันขาดคำ ด๊อกเตอร์เบรนนั่นสาวสวยหรือโบนส์ (Bones)ผู้เชี่ยวชาญด้านการพิสูจน์โครงกระดูกและซากจากสำนักงานเจฟเฟอร์โซเนี่ยน ก็เดินตามหัวหน้าบู๊ซเจ้าหน้าที่พิเศษเอฟบีไอมาติดๆ....เราสองพี่น้อง พร้อมกับปลาแพะ ปลาหมู และจิ้งจกต่างมองหน้าทำตาปริบๆ ใส่กัน....
หัวหน้าแลบของด๊อกเตอร์โบนส์ (ฉายา) คว้าเอาอะควอเรี่ยมทั้งใบไปพิสูจน์ พวกเขาพยายามเก็บรอยนิ้วมือจากพวกเราซึ่งก็เล่นเอาทุกๆ ทีมเหนื่อยไปตามๆ กัน ก็คิดดูซินะฮะ กว่าจะเสร็จจากผมกับพี่ ก็สี่มือ สี่...อุ้ง...เข้าไปแล้ว ไหนจะจิ้งจกสองตัวอีกแปดอุ้ง ทั้งนี้ก็ยังไม่ยากเมื่อเทียบกับการเก็บหลักฐานจากปลาหมูและปลาแพะฮะ ม่ายรู้เหมือนกันว่าได้รอยซี่ครีบไปหรืออย่างไรก็มิอาจทราบได้ฮับเหมียว ^o^"
รายงานการสอบสวน
ด๊อกเตอร์แลงดอน จากซีเอสไอประมวลหลักฐานและข้อมูลทั้งหมดแล้วคาดว่า นี่เป็นการฆาตกรรมต่อเนื่อง และขณะนี้ฆาตกรยังลอยนวลอยู่
หัวหน้ากิ๊บส์ ทหารเรือเก่า พบข้อสงสัยเกี่ยวกับน้ำและเปิดเผยได้แค่เพียงว่า การเสียชีวิตที่ห้องนี้เป็นเพียงเหยื่ออีกกลุ่มหนึ่งที่อาจสาวไปถึงต้นตอได้ ซึ่งคาดว่าน่าจะทำกันเป็นขบวนการ
ด๊อกเตอร์โบนส์ ค้นพบรอยร้าวที่โครงกระดูกศีรษะของผู้เสียชีวิต ลักษณะเหมือนโดนของแหลมคม แต่ก็ยังต้องพิสูจน์ต่ออีกว่าแท้จริงแล้วบาดแผลบนกะโหลกนั้นจะเป็นร่องรอยที่เกิดจากอาวุธสังหารของฆาตกรหรือเกิดจากขั้นตอนการฝังของนางหนมเอกกันแน่....อะไรก็เป็นไปได้ใช่ม่ะ!? ขณะเดียวกันทางแลบวิทยาก็พบว่าผู้เสียชีวิตมีภาวะการไหลเวียนโลหิตหยุดชะงัก ส่งผลให้เป็นอัมพาตในขณะที่ค่อยๆ หมดลมหายใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าผู้ตายจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุใด พวกเขาต้องตกอยู่ในอาการหวาดผวาและตระหนกอย่างที่สุดโดยสังเกตุจาก ดวงตากลมเบิกโพลง ปากเปิดอ้าค้างขณะเสียชีวิต
หลังจากนางหนมเอกให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าไปรับรูมเมททั้งสี่นี้มาจากที่ไหน ผู้เชี่ยวชาญพิเศษทั้งหมดต่างก็ลีบกุลีกุจอไปยังสถานที่แห่งนั้นทันที.....ตอนนี้ผมกับพี่พร้อมกับผู้ร่วมชะตาทั้งหกยังคงนอนหลับไม่สนิท หายใจไม่ทั่วท้องเพราะยังถูกกักบริเวณไว้จนกว่าการพิสูจน์จะกระจ่าง...
ณ. ตลาดปลาและดอกไม้คำเที่ยง....
ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายถึงกับอึ้ง ตะลึงตึงตึง กับความหลากหลายของการซื้อขายแลกเปลี่ยนบวกกับความโกลาหล พลุกพล่านของผู้คน แต่เพื่อหน้าที่แล้ว พวกเขาต่างแยกย้ายกันไปเพื่อค้นหาหลักฐานและเบาะแสที่จะสามารถนำเอาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษให้จงได้......
สองสัปดาห์ต่อมา...นางหนมเอกกับพวกเราทั้งหมดได้รับโฟนอินน์เรียกเข้ามาจากทุกหน่วยงาน พวกเราจึงมาออ มะรุมมะตุ้มอยู่หน้าจอ พร้อมสังเกตุเห็นเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหลายนายเข้าประจำตำแหน่งยืนอารักขาหน้าห้องประชุมอยู่......
นางหนมเอกบ่นก่อนเลย "เอ่อ ไม่ทราบว่าพวกคุณทั้งหมดปฏิบัติการไปถึงไหนแล้วค่ะ อิฉันไม่ได้รับข้อความอะไรมาตั้งสองอาทิตย์ แล้วจะกลับไปก็ไม่บอกกันก่อนเลย จะได้จัดเลี้ยงขันโตกและตบท้ายด้วยโคมลอยกันอ่ะ...ฉันหวังว่าพวกคุณคงจะได้อะไรบ้างนะ"
เนื่องจากโฟนอินน์กันเข้ามาหลายสาย เลยตอบแทรกพร้อมกันเข้ามาทันที "เอื้องผึ้ง" "กุหลาบพันปี" "แก๊ปปี้ กับปลาหมอสีพันธุ์แปลกๆ ไปหลายตัว..." ......เงียบงึบ.......
"อ่ะโทษที...(เคลียร์ลูกคอ) งั้นผมสรุปให้ฟังเลยแล้วกัน" ด๊อกเตอร์แลงดอนถืออาวุโสเป็นผู้แจ้งข่าวให้เราฟัง "จากการลงพื้นที่ ที่ตลาดคำเที่ยง ทำให้สามารถสาวไปถึงต้นตอของการฆาตกรรมต่อเนื่องว่าแท้จริงแล้วฆาตกรมีมากกว่าหนึ่งทอดและทำกันอย่างเป็นขบวนการ เริ่มตั้งแต่ผู้สร้างสายพันธุ์ปลา ผู้ค้าส่ง ผู้ค้าปลีกซึ่งสุดท้ายผู้เคราะห์ร้ายก็มักจะไปเสียชีวิตลงที่บ้านของผู้บริโภคหรือลูกค้า ซึ่งในที่นี้คือ นางหนมเอก นั่นเอง ดังนั้นฆาตกรต่อเนื่องเหล่านั้นยังลอยนวลอยู่นะครับ..."
ส่วนคำให้การที่น่าสงสัยของผู้ต้องสงสัยทั้งหมดเช่น....
สองพี่น้องทักซ์กับสป๊อต "เฝ้าดูอยู่, จับตาดูอยู่อย่างใกล้ชิด (ตาติดตู้ หูติดน้ำ เล็บติดสาหร่าย)"
จิ้งจกแม่ลูกที่ให้การว่า "ลงไปกินน้ำเฉยๆ เท่านั้นจริงๆ จิ้งจกนะมะใช่ตุ๊กแก"
ปลาหมู และปลาแพะ "ไม่เคยคิดแย่งชิงอาหาร แค่เก็บทุกอย่างกินเพื่อให้ตู้สะอาดเท่านั้น"
พิจารณาว่าไม่เพียงพอให้เป็นหลักฐานที่จะตั้งข้อหาเพื่อกล่าวโทษได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ยกประโยชน์ให้ไปจากประสบการณ์ส่วนตัวของเจ้าหน้าที่แต่ละคนที่ได้ปลาแก๊ปปี้กับปลาหมอสีติดมือกลับไป เพียงชั่วข้ามคืนทุกตัวก็ทยอยเสียชีวิตลงเช่นกัน ดังนั้นผู้ต้องสงสัยห้อง 409 ทั้งหมดถือว่าพ้นข้อกล่าวหาและยกเลิกการกักบริเวณได้ - นางหนมเอกถึงกับน้ำตาคลอด้วยความปลาบปลี้มถามต่อทันที "แล้วคุณจะจัดการขบวนการค้าโหดนี้อย่างไรต่อไปค่ะ?"
เอฟบีไอบู๊ซตอบทันที "เราได้แจ้งประสานงานและมอบคดีให้กับตำรวจท้องที่ อืม...สน.สันทราย แถวๆ ดอยสะเก็ด ให้เป็นผู้ออกปฏิบัติการกวาดล้างต่อไปครับ"
ทุกคน "เงียบกริบ" นางหนมเอก หัวฟู ควันออกหู บ่น บ่น บ่น อะไรสักอย่าง เกี่ยวกับคดีรถชนที่ยังไม่คลี่คลายตั้งแต่ปีมะโว้อะไรทำนองนี้แหละฮะ ก่อนที่หล่อนจะสติแตก เลื้อยออกจากห้องประชุมไปเลยฮับเหมียว >^.^<
เฮ้อ.....จบซะที เรื่องนี้ยาวเชียว...อย่างว่าแหละช่วยกันเล่าทั้งห้องนะฮะ...
ลาก่อน 409 ฮิลล์ไซด์ คอนโดที่แสนวุ่นวาย >^o^<
ลาก่อน 409 ฮิลล์ไซด์ คอนโดที่แสนวุ่นวาย >^o^<



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น